ประวัติ Sport Learning

//

ประวัติของกีฬา


ในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ มีการกล่าวขวัญถึงการเล่นวอลเลย์บอล 6 คน บนชายหาดในฮาวายแต่ไม่มีการยืนยันที่แน่นอน มีลักษณะเหมือนวอลเลย์บอลในร่มคือเล่นกันฝ่ายละ 6 คน

ประวัติวอลเลย์บอลชายหาด

     ในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ มีการกล่าวขวัญถึงการเล่นวอลเลย์บอล 6 คน บนชายหาดในฮาวายแต่ไม่มีการยืนยันที่แน่นอน มีลักษณะเหมือนวอลเลย์บอลในร่มคือเล่นกันฝ่ายละ 6 คน

     ในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกในยุโรปที่เริ่มเล่นวอลเลย์บอลชายหาดและในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ กีฬาประเภทนี้ก็ได้แพร่หลายไปในหลายๆประเทศในยุโรปและปีเดียวกันนี้เองทาง สหรัฐอเมริกาได้เริ่มเล่นระบบฝ่ายละ 4 คนและระบบฝ่ายละ 3  การเล่นวอลเลย์บอลชายหาดในครั้งนั้น ยังได้มีการกำหนดกติกาสำหรับการตบ การสกัดกั้นและการรับลูกที่แน่นอน

     ในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้มีการจัดการแข่งขันแบบทีมละ 2 คนขึ้นอย่างเป็นทางการ (ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ณ ชายหาดสเตท รัฐแคลิฟอร์เนีย

     ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้จัดระบบการแข่งขันแบบเซอร์กิตครั้งแรกในสหรัฐฯและประเทศบราซิลได้จัดการ แข่งขันทัวร์นาเมนต์แรกขึ้น รวมไปถึงได้มีการกำหนดกติกาเกี่ยวกับเรื่องการตบ การสกัดกั้นและการเสนอกติกาเกี่ยวกับการรับลูกบอลในกรณีต่างๆแต่ยังไม่มีการ ประกาศใช้

     ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ การแข่งขันชิงแชมป์โลก(อย่างไม่เป็นทางการ) ได้เกิดขึ้นที่ชายหาดสเตทและแปซิฟิกพาริซาเดสซึ่งเป็นการแข่งขันระดับมือ อาชีพเป็นครั้งแรก(มีเงินรางวัล 5,000 เหรียญสหรัฐฯ)

     ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ วอลเลย์บอลชายหาดเป็นกีฬาที่นิยมกันมากที่สุดในกีฬาที่เล่นกันบริเวณชายหาด โดยเฉพาะที่โคปาคาบานา และอิปานิมาในเมืองริโอ เดอ จาเนโร  ประเทศบราซิล

     ในปี พ.ศ.๒๕๒๙ ได้มีการสาธิตการเล่นในระดับนานาชาติครั้งแรกขึ้นที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศราซิลมีผู้ชมการแข่งขันประมาณ 5,000 คน

     ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ได้จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ชิงแชมป์โลกประเภททีมชาติขึ้นที่เมืองอิปานีมาคาดว่าน่าจะเป็นการแข่งขัน ครั้งแรกที่สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติเข้ามาจัดแข่งขัน

     ในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ และ พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้มีการแข่งขันประเภททีมชายที่ชื่อว่า "FIVB Word Series" ซึ่งมีการจัดขึ้นหลายประเภทได้แก่บราซิล, อิตาลี, ญี่ปุ่น ในแต่ละประเทศมีเงินรางวัล 50,000 เหรียญสหรัฐฯ

     ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ วอลเลย์บอลชายหาดจัดว่าเป็นกีฬาอาชีพที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก คณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้ให้ความสนใจกีฬาประเภทนี้เป็นอย่างมากและได้บรรจุ กีฬาวอลเลย์บอลชายหาดเข้าเป็นกีฬาสาธิตในโอลิมปิกที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปนและหลังจากนั้น 1 ปี ในพ.ศ. ๒๕๓๖ ได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกประเภททีมหญิงครั้งแรกขึ้นโดยใช้ชื่อว่า "Womens Word Championchip-Series"

     ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๓๘ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้จัดการแข่งขันประเภท 6 คนทั้งประเภททีมชายและประเภททีมหญิงในรายการ "Word Championship Series" โดยมีเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐฯในประเภททีมชาย และ50,000 เหรียญสหรัฐ ในประเภททีมหญิง

     ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๓๙ กีฬาวอลเลย์บอลชายหาดเป็นที่รู้จักแพร่หลายและตื่นตัวไปทั่วโลก สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้เพิ่มจำนวนรายการขึ้นถึง 29 รายการใน 5 ทวีป มีผู้เข้าชมมากกว่า 80,000 คน และผู้เข้าชมทางโทรทัศน์ทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านคนและผลจากการแข่งขันแต่ละทีมจะมีคะแนนสะสมเพื่อเข้าร่วมแข่งขันในกีฬา โอลิมปิก

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้จัดการประชุมแบ่งการแข่งขัน "Word Championship-Series" เป็น 3 ระดับคือ 1. Grand Slam, 2. Word Series, 3.Challenger ทุกประเทศสามารถจัดการแข่งขันและเปิดรับสมัครทั่วไป     ปีนี้เองวอลเลย์บอลชายหาดได้เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งในการแข่งขันโอลิมปิกที่ แอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา

     และในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติเปลี่ยนชื่อการแข่งขันจาก "Word Championship-Series" เป็น "Beach Volleyball Word Tour"

กติกาวอลเลย์บอลชายหาด

คำนำ

       หนังสือคู่มือการจัดทำสนามวอลเลย์บอลชายหาดเล่มนี้ เป็นการแปลและรวบรวมจากหนังสือต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด เช่น กติกาการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด Beach Volleyball World Tour Hand book ฯลฯ นอกจากนี้ยังรวบรวมจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่ได้รับจากการปฎิบัติหน้าที่ผู้ตัดสิน ผู้ควบคุมผู้ตัดสิน ผู้ควบคุมการแข่งขัน หรือแม้แต่การเป็นวิทยากรในการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดในระดับโลก  และในระดับทวีป

      ขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนกิจกรรมกีฬาวอลเลย์บอลในทุกๆด้านด้วยดีมาโดยตลอด

 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้เป็นจะแนวทางที่ทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขัน วอลเลย์บอลชายหาดรายการต่างๆนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสภาพความเป็นจริงที่มีอยู่     เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการแข่งขันให้มีมาตรฐานใกล้เคียงระดับสากลให้มากที่สุด

 

                     นายกฤษฎา ปาณะเสรี

   ผู้ตัดสินวอลเลย์บอลชายหาดนานาชาติ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ

     คณะกรรมการดำเนินงาน  สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

                    16 มิถุนายน 2551

 

ลักษณะของการแข่งขัน

(GAME CHARACTERISTIC)

      

วอลเลย์บอลชายหาด เป็นกีฬาประเภททีม มีผู้เล่นทีมละ 2 คน เล่นบนสนามที่เป็นพื้นทราย  มีตาข่ายกั้นกลาง มีรูปแบบการเล่นเป็นพิเศษซึ่งสามารถพบได้ในการแข่งขัน เพื่อเสริมสร้างในเกมการเล่น มีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน

      จุดมุ่งหมายของการแข่งขัน คือ แต่ละทีมจะส่งลูกบอลให้ข้ามตาข่ายไปตกลงในแดนของฝ่ายตรงข้าม และป้องกันไม่ให้บอลตกลงในแดนตนเอง

      แต่ละทีมเล่นลูกบอลได้ 3 ครั้ง ก่อนที่จะส่งลูกไปยังแดนของฝ่ายตรงข้าม (นับรวมถึงการถูกลูกจากการสกัดกั้น)

      การเริ่มต้นการเล่นจากการเสิร์ฟลูกของผู้เสิร์ฟ โดยใช้มือหรือแขนเพียงข้างเดียวเสิร์ฟลูก ให้ข้ามตาข่ายไปยังแดนของฝ่ายตรงข้าม การเล่นจะดำเนินไปจนกว่าลูกบอลตกลงสู่พื้นในเขตสนามหรือออกนอกเขตสนาม หรือทีมไม่สามารถส่งลูกกลับไปยังแดนของทีมตรงข้ามได้อย่างถูกต้องตามกติกา

      ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ทีมที่ชนะการเล่นลูกจะได้ 1 คะแนน (Rally Point ) เมื่อทีมฝ่ายรับลูกเสิร์ฟชนะการเล่นลูกจะได้ 1 คะแนน และได้สิทธิ์ทำการเสิร์ฟ ผู้ทำการเสิร์ฟจะต้องเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ได้สิทธิ์เสิร์ฟ

พื้นที่เล่นลูก ( Play area )

      พื้นที่เล่นลูกรวมถึงสนามแข่งขัน (Playing court) และเขตรอบสนาม (Free Zone) ด้วย

1. ขนาดของสนาม ( Dimensions )

      1. สนามแข่งขันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 16 เมตร กว้าง 8 เมตร ล้อมรอบด้วยเขตรอบสนามกว้างอย่างน้อย 3 เมตร และเหนือเขตรอบสนามจากพื้นสนามแข่งขันขึ้นไป 7 เมตรต้องไม่มีสิ่งใดๆ กีดขวาง

      2. สำหรับการแข่งขันระดับโลกของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ สนามแข่งขันต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 16 เมตร กว้าง 8 เมตร ล้อมรอบด้วยเขตรอบสนามห่างจากเส้นหลัง และห่างจากเส้นข้างอย่างน้อยที่สุด 5 เมตร มากที่สุด 6 เมตร และเหนือเขตรอบสนามจากพื้นสนามขึ้นไป 12.5 เมตร ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง  

2. พื้นผิวสนามแข่งขัน ( Playing surface )

      1. พื้นสนามต้องเป็นทรายระดับเดียวกัน มีความเรียบและเหมือนกันให้มากที่สุด ปราศจากก้อนหิน เปลือกหอย และสิ่งใดๆ ที่อาจเป็นเหตุให้ผู้เล่นเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

      2. สำหรับการแข่งขันระดับโลกของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ พื้นทรายต้องมีความหนาแน่นอย่างน้อย 40 ซม. และเป็นทรายเม็ดกลมละเอียดปราศจากการอัดแน่น

      3. พื้นสนามต้องไม่เป็นอันตราย หรือเป็นสาเหตุให้ผู้เล่นเกิดการบาดเจ็บ  สำหรับการแข่งขันของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ต้องร่อนทรายจนได้ขนาดที่ยอมรับ ไม่หยาบเกินไป ปราศจากหิน และสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตราย แต่ต้องไม่ละเอียดจนกลายเป็นฝุ่นเกาะติดผิวหนัง    

4. สำหรับการแข่งขันระดับโลกของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ถ้าฝนตกอนุญาตให้ใช้ผ้าใบคลุมสนามแข่งขันกลางแจ้งได้ (center court )

  

สนามแข่งขัน

   

สนามแข่งขันแบบยกพื้นขึ้น 40 เซนติเมตร

3..เส้นบนสนาม ( Line on court )

       1. เส้นข้าง 2 เส้น และเส้นหลัง 2 เส้น เป็นเส้นกำหนดเขตสนามแข่งขันทั้งเส้นข้าง และเส้นหลังอยู่ภายในเขตสนามการแข่งขัน

      2. ไม่มีเส้นแบ่งแดน

      3. ทุกเส้นกว้าง 5 – 8 เซนติเมตร

      4. ทุกเส้นต้องสีเดียวกันและตัดกับสีพื้นทรายอย่างชัดเจน

      5. เส้นสนามควรเป็นแถบ (Ribbon) ทำด้วยวัสดุทนทาน และตัวยึดเส้นควรเป็น วัสดุที่อ่อนนุ่ม และยึดได้

4.เขตเสิร์ฟ ( Service Zone )

เขตเสิร์ฟเป็นพื้นที่ เลยเส้นหลังออกไป และอยู่ระหว่างแนวเขตเส้นข้างทั้งสอง

แนวลึกของเขตเสิร์ฟยาวออกไปจนถึงเขตรอบสนาม

 

5. ตาข่าย ( Net )

ตาข่ายยาว 8.5 เมตร กว้าง 1 เมตร (ยาวหรือสั้นกว่าได้ 3 เซนติเมตร) เมื่อขึงตึงแล้วแนวดิ่งจะอยู่เหนือจุดกึ่งกลางของสนามการแข่งขัน

ช่องตาข่ายเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 10 เซนติเมตร ขอบบนและขอบล่างมีขนาด 7 – 10 เซนติเมตร เป็นผ้าใบเย็บประกบอยู่ในแนวนอนยาวตลอดตาข่าย นิยมใช้สีน้ำเงินเข้ม หรือสีสดใส ส่วนที่อยู่บนสุดของแถบบนแต่ละข้างมีรูสำหรับร้อยเชือกผูกกับเสาเพื่อให้ส่วนบนของตาข่ายตึง

ภายในแถบ มีสายยืดหยุ่นได้ตลอดบนตาข่าย 1เส้น และมีเชือกที่ตอนล่างของตาข่าย 1 เส้น สำหรับผูกตาข่ายกับเสา และทำให้ส่วนบนและล่างตึง อนุญาตให้มีโฆษณาบนแถบตามแนวนอนของตาข่ายนี้ได้

6. แถบข้าง ( side band )

เป็นแถบสีสองเส้นกว้าง 5 – 8 เซนติเมตร ( มีขนาดเท่ากับเส้นสนาม ) กว้างเท่ากับความกว้างของเส้นสนามยาว 1 เมตร ผูกในแนวดิ่งกับตาข่ายเหนือเส้นแต่ละเส้น และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตาข่ายอนุญาตให้มีโฆษณาแถบข้างนี้ได้

7. เสาอากาศ ( Antennae )

เสาอากาศเป็นแท่งกลมยืดหยุ่นได้ ยาว 1.8 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 มิลิลเมตรทำด้วยใยแก้ว        (Fiber glass) หรือวัสดุที่คล้ายคลึงกัน เสาอากาศทั้งสองติดอยู่ที่ขอบนอกของแถบข้างและอยู่คนละด้านของตาข่าย ส่วนบนสุดของเสาอากาศแต่ละต้นจะยื่นพ้นเหนือขอบตาข่าย 80 เซนติเมตร และทาสีตัดกันสลับเป็นช่วง ช่วงละ 10 เซนติเมตร ปกตินิยมใช้สีแดงกับขาวเสาอากาศถือเป็นส่วนหนึ่งของตาข่ายและเป็นแนวกำหนดเขตข้ามตาข่ายของลูกบอล

8. เสา ( Post )

เสาขึงตาข่ายต้องกลมและเรียบ มีความสูง 2. 55 เมตร ปกติควรปรับความสูงได้เสาทั้งสองต้องยึดติดกับพื้นห่างจากเส้นข้าง 0.7 – 1 เมตร การยึดเสากับพื้นห้ามใช้สลิง สิ่งที่เป็นอันตรายสิ่งกีดขวางใดๆต้องเอาออกให้หมด เสาต้องหุ้มด้วยนวม